5 อันดับเสื้อเบอร์ 7 กับตำนานที่ผ่านเป็นมากกว่าเสื้อ

วันนี้เราจะพุดถึงความยิ่งใหญ่ของผู้เล่นที่สวมเสื้อหมายเลข 7 ที่ทำผลงานได้อย่างค้ำฟ้าของโลกฟุตบอลที่เป็นความทรงจำระดับโลก เวลาผ่านไปนานแค่ไหนก้ยังต้องวนไปพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นที่ยอดเยี่ยม ลูกยิงสุดสวย และความสำเร็จที่ใหญ่ทำไว้ให้กับต้นสังกัด ที่มันเป็นมากกว่าเสื้อ เป็นเรื่องราวที่น่าจดจำไปตลอดกาลของแฟนบอลลูกหนังทุกลีก เมื่อมีนักเตะเหล่านี้อยู่ทีมของคุณ แล้วคุณจะรู้รสชาติของความรักแบบนั้นอย่างแท้จริง ไปติดตามกันได้ว่ามีเจ็ดไหนกันบ้าง


5.อังเดร เชฟเชนโก้ สโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน

5 Andrei Shevchenko

ย้ายจากดินาโมเครีฟ มาสู่เอซีมิลานเมื่อปี 1999 ด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร ในก้าวแรกสู่ปีศาจแดงดำนั้นเบอร์ 7 ยังอยู่กับ ปีกขวาคนเดิม แล้ววันเวลาผ่านไปด้วยโชคชะตา ก็ทำให้เชว่าได้สวมมันสักที ตลอดเวลา 7 ปีลงสนาม 296 นัด ยิงไปแล้ว 173 เม็ดที่เชว่าลงล่าตะข่ายให้กับเอซีมิลาน มันเป็นอะไรทีโคตรเดือด กับลูกยิงถล่มทลายไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของประตู พี่แกสามารถตะบันมันได้อย่างสุดคมมันเป้นอะไรที่คุ้มค่าที่สโมสรควักเงินจ่ายไป กับรางวัลบัลลงดอร์ 3 แชมป์ที่เขาล่ามันมาได้ ทั้งยูฟ่าห์ แชมป์ลีก แชมป์บอลถ้วย และย้ายไปเชลซีด้วยค่าตัวกว่า 70 ล้านยูโรอีกด้วย


4.บาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์ ทีมชาติเยอรมัน

4 Bastian Schweinsteiger

แม้ว่าตลอดการค้าแข้ง 13 ปี กับต้นสังกัดยอดทีมแดนเยอรมัน แต่ยกมาวันนี้คือเบอร์ 7 ในนามทีมชาติที่แกถูกเรียกติดทีมชาติเมื่อปี 2004 แล้วก็ยิงยาวมาตลอด มันอาจดุแปลกประหลาดไปหน่อยเมื่อส่วนมากเบอร์เจ็ดนี้ จะอยู่กับแนวรุกสะมากกว่า ส่วนตำแหน่งตัวกลางมันสมองของชไวนี่ มันพิเศษตลอดมาไม่ว่าจะเป็นแดนกลางที่เหนียวแน่น ไม่ว่าจะเกมรุกเกมรับ ครองจังหวะได้เป็นอย่างดี จนถูกยกย่องว่าเป็นมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในโลก และยังสามารถพาอินทรีเหล็กคว้าแชมป์โลก 2014 มาครองได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่อีกด้วย


3.ฟร้องค์ ริเบรี่ สโมสรฟุตบอลบาร์เยิร์น มิวนิค

3 Franck Ribery

ฟร้องค์ ริเบรี่ย้ายจากมาร์กเซยลีกฝรั่งเศส มาร่วมทีมแดนเยอรมันด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2007 ซึ่งบอกเลยว่ามันเป็นอะไรที่คุ้มค่าที่สุด ก้าวแรกที่เข้ามาเขารับเบอร์ 7 จากยอดแข้งเดิมทันทีเป็นแรงกดดันด้วยวัย 24 ปีที่เขาได้รับ แต่มันก็ผ่านมาได้ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดโต่งที่คงเส้นคงวามาโดยตลอด 12 ปีเป็นคีย์แมนคนสำคัญของทีมกับแชมป์ลีก 9 สมัย บอลถ้วยในลีก 6 สมัย และแชมป์ยูฟ่า 1 สมัย บวกกับความยิ่งใหญ่ที้เขาทุ่มเทเล่นให้กับต้นสังกัดมาโดยตลอด และย้ายออกไปด้วยความสำเร็จมากมายเมื่อปี 2018 ลงเล่นไป 425 นัด ซัดไป 124 ประตู


2.เอริค คันโตน่า สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

2 Eric Cantona

เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสัน ผุ้จัดการทีมในสมัยนั้นตัดสินใจทุ่มเงิน 1.25 ล้านปอนด์ ถือว่าแพงมากในเวลานั้น ในการคว้าตัวผู้เล่นรายนี้มาจากลีดน์ ก้าวแรกก็ได้สวมหมายเลข 7 ในทันที แทนไบรอัน ร็อบสันที่หลีกทางไปสวมหมายเลขอื่นแทน เพียงฤดูกาลแรกที่เขาย้ายเข้ามาก็กลายเป็นกำลังสำคัญของสโมรสรในเกมรุกที่ดุเดือด กับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อีกครั้ง หลังจากห่างหายไปถึง 18 ปี นอกจากสไตล์การเล่นที่ร้อนแรงยังพ่วงมาด้วยสภาวะผู้นำเป็นอย่างดี และเอกลักษณ์สุดเท่ปกคอเสื้อที่ไม่เหมือนใครบวกกับความเก๋าที่เหลือจะทาน ตลอดการค้าแข้งเพียง 5 ฤดูกาลกับแชมป์ที่มากมายมันก็เพียงพอที่ทำให้เขาคือตำนานอย่างแท้จริง แขวนสตั๊ดไปเพียงแค่อายุ 30 ปี ลงเล่น 185 นัดซัดไป 85 ประตู และด้วยความติ๊ดเหลือเกินกับฉายา อีริค เดอะคิงส์


1.เคนนี ดัลกลีช สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล

1 Kenny Dalglish

ดัลกลิซย้ายจากเซลติกทีมดังในบ้านเกิดสก็อตแลนด์มาอยู่กับลิเวอร์พูลแดนอังกฤษเมื่อปี 1977 สวมเบอร์ที่ยิ่งใหญ่ทันที ตำนานผู้นี้ไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้ยากเย็นใด ๆ มาถึงก็ระเบิดฟอร์มการเล่นที่สุดยอด พาหงส์แดงยิงแซงทุกทีมอย่างเหลือเชื่อจนพาทีมคว้าแชมป์ลีกไปครองได้ถึง 6 สมัย เอฟเอคัพ 2 สมัย ยูโรเปียนส์อีก 3 สมัยทำให้ตลอด 13 ปีที่ชายผู้นี้อยู่กับสโมสรที่ยิ่งใหญ่ 515 นัด ยิงไปทั้งหมด 172 ประตู กับฉายาของแฟนบอลคิงเคนนีเป็นนักเตะที่มีความทรงจำกับสโมสรอย่างยิ่งใหญ่ จนลืมไม่ลงอีกหนึ่งตำนานเบอร์ 7


รู้หรือไม่ สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์มาครองแล้วกี่สมัย

Liverpool Football Club

หงส์แดงลิเวอร์พูลยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษ กับประวัติสาสตร์ฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่ มีแฟนบอลติดตามจากทั่วโลก คว้าแชมป์ถ้วยที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปไปแล้วทั้งสิ้น 6 สมัย ทำได้เมื่อฤดูกาลล่าสุดคือ UEFA champions league 2018-19 เอาชนะทีมร่วมลีกอย่างสเปอร์ไปได้ในนัดชิง ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน และหากย้อนถัดไปก่อนหน้านั้นลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์ได้เมื่อปี UEFA champions league 2004 – 05 ซึ่งผ่านไปกว่า 14 ปีที่รอคอยของแฟนบอลทั่วโลกรวมถึงนักเตะที่หมุนเปลี่ยนเวียน

REF